วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
วันอังคารที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2561
ครั้งที่ 14 EAED1103 การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
ครั้งที่ 14 EAED1103 การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
วันอังคาร ที่ 17 เดือน เมษายน พ.ศ.2561
วันนี้อาจารย์สอนเรื่องอาหารและโภชนาการสำหรับเด็ก
ข้อปฏิบัติในการจัดเตรียมอาหารของเด็กในวัยทารก
1. ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดก่อนจับต้องอาหาร
2. ใช้ภาชนะที่สะอาด โดยจัดเก็บอย่างมิดชิดไม่ให้แมลงวันหรือแมลงอื่นๆไต่ตอม
3. อาหารที่ปรุงทุกชนิดต้องล้างให้สะอาด ภาชนะที่ใช้ในการหุงต้มและประกอบอาหาร เช่น หม้อ กระทะ จาน ชาม มีด ต้องล้างให้สะอาดก่อนและหลังใช้ทุกครั้งแยกภาชนะของเด็กและผู้ใหญ่รวมไปถึงมือของผู้ประกอบอาหารก็ต้องสะอาดด้วย
4. อาหารและน้ำจะต้องสุกทั่วถึงและทิ้งระยะเวลาให้อุ่นลงไม่ร้อนจัดเวลานำมาป้อนเด็ก หากเด็กกินเหลือไม่ควรเก็บไว้
5. อาหารของเด็กจะต้องมีรสธรรมชาติ ไม่ควรใส่สารปรุงแต่งอาหารให้มีรสชาติเกินธรรมชาติ เช่น ไม่เค็ม หวาน เปรี้ยวเกินไป หรือไม่ควรใส่ผงชูรส
6. ต้มหรือตุ๋นข้าวจนสุกและ แล้วนำมาบดให้ละเอียดโดยใช้กระชอนหรือใส่ในผ้าขาวบางห่อแล้วบีบรูดออกหรือบดด้วยช้อนก็ได้
7. สับหมู หั่นผักให้ละเอียดก่อนนำไปหุงต้ม ส่วนตับให้ต้มให้สุกแล้วต่อยยีให้ละเอียด
8. ให้กินเนื้อปลาสุกโดยการย่างหรือนึ่ง หรือต้ม ไม่ควรให้กินหนังปลา
9. ให้กินน้ำแกงจืดผสมกับข้าว โดยใช้แกงจืดหรือน้ำผัดผักแต่ต้องไม่เค็ม
10. เด็กที่มีอายุ 7 เดือนแล้วกินถั่วเมล็ดแห้งได้ อาจน้ำไปหุงต้มปนไปกับข้าวหรือจะนำไปทำเป็นขนมผสมกับน้ำตาลและนม
ข้อควรคำนึงในการให้อาหารแก่เด็กทารก
1. อย่าให้อาหารอื่นใดนอกจากนมแม่ในระยะ 4 เดือนแรกเพราะจะทำให้เด็กทารกรับประโยชน์จากนมแม่ไม่เต็มที่
2. เพื่อเป็นการหัดให้เด็กคุ้นเคย ควรเริ่มให้อาหารอื่นนอกจากนมแม่ตามที่แนะนำไว้
3. เริ่มให้อาหารทีละอย่าง ทีละน้อยๆ
4. อาหารทุกชนิดควรใช้ช้อนเล็กๆป้อนเพราะต้องการให้เด็กรู้จักกินอาหารจากช้อน
5. ควรทิ้งระยะในการที่จะเริ่มอาหารใหม่แต่ละชนิดเพื่อดูการยอมรับของเด็กทารกและเพื่อสังเกตดูว่าทารกแพ้อาหารหรือไม่
6. ควรจัดให้กินอาหารของเหลวก่อน
7. ให้กินน้ำต้มสุกหลังอาหารในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อให้ร่างกายทำหน้าที่ต่างๆได้สมบูรณ์และช่วยในการขับถ่ายของเสียรวมทั้งทำความสะอาดช่องปากของเด็กทารก
8.เมื่อเด็กทารกเริ่มมีฟันขึ้น ให้กินอาหารสับละเอียดไม่ต้องบดเพื่อฝึกให้เด็กหัดเคี้ยว
9. ให้อาหารที่สดใหม่และทำสุกใหม่ๆ
10. อย่าบังคับเด็กกินเมื่อเด็กไม่ต้องการ ให้พยายามลองใหม่วันถัดไป
11. อย่าให้เด็กกินอาหารเค็มจัดและหวานจัดวันอังคารที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2561
ครั้งที่ 13 EAED1103 การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
ครั้งที่ 13 EAED1103 การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
วันอังคาร ที่ 10 เดือน เมษายน พ.ศ.2561
วันนี้อาจารย์สอนเรื่อง การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมในเด็กปฐมวัย
ความหมายของคำว่า " จริยธรรม "
" จริยธรรม " คือ หลักแห่งการประพฤติ ปฏิบัติที่ดี ที่เหมาะที่ควร
" จริยธรรม " คือ หลักคำสอนที่ว่าด้วยแนวทางการประพฤติที่เป็นหลักการและเป็นที่ยอมรับนับถือ
คุณธรรมพื้นฐานสำคัญที่ควรเร่งปลูกฝังมี 8 ประการ ประกอบด้วย
1. ขยัน คือ ความตั้งใจเพียรพยายามทำหน้าที่การงานอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ อดทนไม่ท้อถอยเมื่อพบอุปสรรค ความขยันต้องควบคู่กับการใช้ปัญญา แก้ปัญหาจนเกิดผลสำเร็จตามความมุ่งหมาย ผู้ที่มีความขยัน คือ ผู้ที่ตั้งใจทำอย่างจริงจังต่อ เนื่องในเรื่องที่ถูกที่ควร เป็นคนสู้งาน มีความพยายาม ไม่ท้อถอย กล้าเผชิญอุปสรรค รักงานที่ทำ ตั้งใจทำหน้าที่อย่างจริงจัง
2. ประหยัด คือ การรู้จักเก็บออม ถนอมใช้ทรัพย์สิน สิ่งของให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า ไม่ฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อ ผู้ที่มีความประ หยัด คือ ผู้ที่ดำเนินชีวิตเรียบง่าย รู้จักฐานะการเงินของตน คิดก่อนใช้ คิดก่อนซื้อ เก็บออม ถนอมใช้ทรัพย์สินสิ่งของอย่างคุ้มค่า รู้จักทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของตนเองอยู่เสมอ
3. ซื่อสัตย์ คือ ประพฤติตรง ไม่เอนเอียง ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม มีความจริงใจ ปลอดจากความรู้สึกลำเอียงหรืออคติ ผู้ที่มีความซื่อสัตย์ คือ ผู้ที่มีความประพฤติตรง ทั้งต่อหน้าที่ ต่อวิชาชีพ ตรงต่อเวลา ไม่ใช้เล่ห์กล คดโกง ทั้งทางตรงและทางอ้อม รับรู้หน้าที่ของตนเองและปฏิบัติอย่างเต็มที่ถูกต้องง
4. มีวินัย คือ การยึดมั่นในระเบียบแบบแผน ข้อบังคับ และข้อปฏิบัติ ซึ่งมีทั้งวินัยในตนเองและวินัยต่อสังคม ผู้ที่มีวินัย คือ ผู้ที่ปฏิบัติตนในขอบเขต กฎระเบียบของสถานศึกษา สถาบัน/องค์กร/สังคมและประเทศ โดยที่ตนเองยินดีปฏิบัติตามอย่างเต็มใจและตั้งใจ
5. สุภาพ คือ เรียบร้อย อ่อนโยน ละมุนละม่อม มีกิริยามารยาทที่ดีงาม มีสัมมาคารวะ ผู้ที่มีความสุภาพ คือ ผู้ที่อ่อนน้อมถ่อมตนตามสถานภาพและกาลเทศะ ไม่ก้าวร้าว รุนแรง วางอำนาจข่มผู้อื่น ทั้งโดยวาจาและท่าทาง แต่ในเวลาเดียวกันยังคงมีความมั่นใจในตนเอง เป็นผู้ที่มีมารยาท วางตนเหมาะสมตามวัฒนธรรมไทย
6. สะอาด คือ ปราศจากความมัวหมอง ทั้งกาย ใจ และสภาพแวดล้อม ความผ่องใส เป็นที่เจริญตา ทำให้เกิดความสบายใจแก่ผู้พบเห็น ผู้ที่มีความสะอาด คือ ผู้รักษาร่างกาย ที่อยู่อาศัย สิ่งแวดล้อมถูกต้องตามสุขลักษณะ ฝึกฝนจิตใจมิให้ขุ่นมัว มีความแจ่มใสอยู่เสมอ
7. สามัคคี คือ ความพร้อมเพรียงกัน ความกลมเกลียวกัน ความปรองดองกัน ร่วมใจกันปฏิบัติงานให้บรรลุผลตามที่ต้อง การ เกิดงานการอย่างสร้างสรรค์ ปราศจากการทะเลาะวิวาท ไม่เอารัดเอาเปรียบกัน เป็นการยอมรับความมีเหตุผล ยอมรับความแตกต่างหลากหลายทางความคิด ความหลากหลายในเรื่องเชื้อชาติ ความกลมเกลียวกันในลักษณะเช่นนี้ เรียกอีกอย่างว่า ความสมานฉันท์ ผู้ที่มีความสามัคคี คือ ผู้ที่เปิดใจกว้างรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น รู้บทบาทของตน ทั้งในฐานะผู้นำและผู้ตามที่ดี มีความมุ่งมั่นต่อการรวมพลัง ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เพื่อให้การงานสำเร็จลุล่วง แก้ปัญหาและขจัดความขัดแย้งได้ เป็นผู้มีเหตุผล ยอมรับความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรม ความคิด ความเชื่อ พร้อมที่จะปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติ
8. มีน้ำใจ คือ ความจริงใจที่ไม่เห็นแก่เพียงตัวเองหรือเรื่องของตัวเอง แต่เห็นอกเห็นใจ เห็นคุณค่าในเพื่อนมนุษย์ มีความเอื้ออาทร เอาใจใส่ ให้ความสนใจในความต้องการ ความจำเป็น ความทุกข์สุขของผู้อื่น และพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน ผู้ที่มีน้ำใจ คือ ผู้ให้และผู้อาสาช่วยเหลือสังคม รู้จักแบ่งปัน เสียสละความสุขส่วนตน เพื่อทำประโยชน์แก่ผู้อื่น เข้าใจ เห็นใจ ผู้ที่มีความเดือดร้อน อาสาช่วยเหลือสังคมด้วยแรงกาย สติปัญญา ลงมือปฏิบัติการ เพื่อบรรเทาปัญหาหรือร่วมสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้เกิดขึ้นในชุมชน
วันอังคารที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2561
ครั้งที่ 12 EAED1103 การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
ครั้งที่ 12 EAED1103 การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
วันอังคาร ที่ 3 เดือน เมษายน พ.ศ.2561
วันนี้ไปเข้าร่วมชมงานนิทรรศการ ๑๒๕ ปี อัยการไทย

วันอังคารที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2561
ครั้งที่ 11 EAED1103 การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
ครั้งที่ 11 EAED1103 การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
วันอังคาร ที่ 27 เดือน มีนาคม พ.ศ.2561
อาจารย์ให้จับกลุ่มไปสัมภาษณ์ครูปฐมวัยในโรงเรียนที่นักเรียนอยากไปสัมภาษณ์
คำถามที่อาจารย์ให้ไป
เรื่องบทบาทหน้าที่ของครูปฐมวัยกับการส่งเสริมพัฒนาการเด็กโดยที่อาจารย์จะกำหนดหัวข้อมาให้
5 หัวข้อ ดังนี้
1.บทบาทหน้าที่ของครูปฐมวัยที่ต้องทำในแต่ละวันมีอะไรบ้าง
2. ท่านมีหลักในการอบรมเลี้ยงดู การดูแลสุขภาพอนามัย โภชนาการเด็กปฐมวัยของท่านอย่างไร
3. ท่านมีเทคนิควิธีหรือรูปแบบกิจกรรมในการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัยทั้ง 4 ด้าน อย่างไร
4. ในการจัดกิจกรรมหรือประสบการณ์ให้กับเด็กปฐมวัย ท่านมีการส่งเสริมหรือปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมใดให้แก่เด็กบ้าง อย่างไร
5. ถ้าท่านมีปัญหาในการอบรมเลี้ยงดูหรือส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัยบ้างหรือไม่ ถ้ามีปัญหาอะไรบ้างที่เป็นปัญหาและท่านมีแนวทางในการแก้ปัญหาต่างๆนั้นอย่างไรวันอังคารที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2561
ครั้งที่ 10 EAED1103 การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
ครั้งที่ 10 EAED1103 การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
วันอังคาร ที่ 20 เดือน มีนาคม พ.ศ.2561
วันนี้อาจารย์สอนเรื่องแนวทางการจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้
ความหมายของสิ่งแวดล้อม
สิ่งแวดล้อมอาจแบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้
1. สิ่งแวดล้อมภายในบุคคล : การทำงานของระบบต่างๆของร่างกาย เช่น ระบบย่อยอาหาร ระบบขับถ่าย ระบบต่อมไร้ท่อ เป็นต้น
2. สิ่งแวดล้อมภายนอก : สิ่งแวดล้อมที่อยู่ภายนอกกายของมนุษย์ เช่น วัตถุสิ่งของ คน พืช สัตว์ กิจกรรมต่างๆ ที่เกิดจากคนและสัตว์ รวมไปถึงสิ่งที่เป็นนามธรรม ได้แก่ ศีลธรรมจรรยา ขนบธรรมเนียมประเพณีในสังคม
ความสำคัญของสิ่งแวดล้อม : เด็กได้รับการฝึกอบรมให้รู้จักบทบาทต่างๆในสังคมทั้งในวัยเด็กและวัยผู้ใหญ่ไปพร้อมๆกันกระบวนการของการอบรมให้คนเป็นสมาชิกของสังคมนั้นจะขึ้นอยู่กับเจตคติ ความคาดหวัง และค่านิยมของสังคมที่คนๆนั้นเกี่ยวข้องด้วยเนื่องจากบทบาทที่แสดงอยู่เปลี่ยนไปก็ส่งผลกระทบต่อคนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
ปัจจัยของสิ่งแวดล้อมที่มีอิทธิพลต่อพัฒนาการของเด็กปฐมวัยมีดังนี้
1. ประสบการณ์ที่เด็กได้รับจากการตอบสนองความต้องการพื้นฐาน
2. ประสบการณ์ที่ได้จากการสร้างสัมพันธภาพในครอบครัว
3. ประสบการณ์ที่เด็กได้รับจากสัมพันธภาพทางสังคม
4. ประสบการณ์ที่ได้รับความสะเทือนใจมาตั้งแต่วัยเด็ก
สิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อการพัฒนาเด็กปฐมวัย ซึ่งจัดเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
1. สิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมพัฒนาการทางกาย
2. สิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมพัฒนาการทางอารมณ์และสังคม
3. สิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมพัฒนาการทางสติปัญญา
การจัดสิ่งแวดล้อมในสถานศึกษาเด็กปฐมวัย
1. การจัดสิ่งแวดล้อมในห้องเรียน : เป็นการจัดวัสดุ อุปกรณ์ และวิธีการที่มีลักษณะ และคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับการกระทำกิจกรรมภายในอาคาร และภายในห้องเรียน
2. การจัดสิ่งแวดล้อมนอกห้องเรียน : ครูผู้จัดจะต้องพิถีพิถันในการพิจารณาวางแผนอย่างดีไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการจัดสิ่งแวดล้อมในห้องเรียน สอดคล้องและเสริมประสบการณ์โดยใช้พื้นที่นอกห้องเรียนเป็น 2 ส่วน คือ
- สนาม
- สวนในโรงเรียน
การจัดสภาพแวดล้อม
1. สภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกห้องเรียนต้องปลอดภัย สะอาด ดึงดูดใจ และกว้างขวางพอกับสนามเด็กเล่น
2. พื้นที่จัดกิจกรรมต้องกำหนดให้ชัดเจนเด็กต้องมีพื้นที่ที่สามารถทำงานได้ด้วยตนเอง และทำกิจกรรมด้วยกันเป็นกลุ่มเล็กๆหรือกลุ่มใหญ่
3. พื้นที่สำหรับเด็กต้องจัดให้สะดวกสำหรับทำกิจกรรมต่างๆอาจจัดเป็นกลุ่มเล็กหรือรายบุคคล
4. สีที่ใช้ทาห้องเรียนและอาคารควรใช้สีที่กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ เป็นสีอ่อนเย็น เช่น สีเขียว ( ก้านมะลิ ) สีฟ้า ( เทอร์ควอยช์ ) สีเหลือง ( อ่อน ) เป็นต้น
5. สื่อหรืออุปกรณ์ต้องเหมาะสมกับวัยของเด็กมีปริมาณเพียงพอ มีหลากหลาย และมีความทนทาน
6. จัดหาที่ให้เด็กได้เก็บของใช้ส่วนตัวเป็นสัดส่วนชัดเจน
7. ต้องจัดมุมสงบไว้ทั้งในอาคารและนอกอาคาร
8. สภาพแวดล้อมควรมีส่วนที่อ่อนนุ่มบ้าง เช่น พรม เบาะ สนามหญ้า
9. ใช้วัสดุดูดเสียงเพื่อลดเสียงดังเพราะเสียงที่ดังเกินไปอาจทำให้เด็กเหนื่อยและเครียดได้
10. พื้นที่นอกอาคารควรมีพื้นผิวหลายประเภท
11. ห้องน้ำ ห้องส้วม ควรจัดอย่างเหมาะสมกับตัวเด็กและถูกสุขลักษณะ
12. สภาพของห้องและบริเวณอาคารควรจัดให้ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ
13. เครื่องเล่นสนามต้องมีความปลอดภัย
14. ขยะและน้ำโสโครก มีกำจัดขยะทุกวันหรือเป็นประจำ
15. สถานที่เตรียมและปรุงอาหารทำด้วยวัสดุถาวร แข็งแรง
16. สถานที่รับประทานอาหาร ตัวอาคารไม่อับทึบ ไม่มีหยาบไย่ มีแสงสว่างเพียงพอ พื้นที่ทำด้วยวัสดุแข็ง
วันอังคารที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2561
วันอังคารที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2561
ครั้งที่ 8 EAED1103 การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
ครั้งที่ 8 EAED1103 การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
วันอังคาร ที่ 6 เดือน มีนาคม พ.ศ.2561
วันนี้อาจรย์สอนเรื่องการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
ความหมายและความสำคัญของการอบรมเลี้ยงดูเด็ก
การอบรมเลี้ยงดูเด็ก หมายถึง การที่บิดา มารดา หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในการเลี้ยงดูเด็ก ปฏิบัติต่อเด็กที่ยังไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ให้เจริญเติบโต และมีพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญา ซึ่งผู้อบรมต้องอบรมด้วยความรัก ความเข้าใจ และปรับวิธีการอบรมเลี้ยงดูเด็กอย่างเหมาะสม ให้เข้ากับสภาพการเปลี่ยนแปลงของสังคม เพื่อให้เด็กเติบโตเป็นคนดี สามารถเผชิญกับสภาพการณ์ของสังคม และอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
ความสำคัญของพ่อแม่ในการอบรมเลี้ยงดู : คุณภาพและประสิทธิภาพของมนุษย์ขึ้นอยู่กับพัฒนาการของแต่ละคนตามวัยต่างๆโดยเฉพาะบุคคลในวัยทำงานนั้นจะมีคุณภาพและประสิทธิภาพเท่าใดก็ขึ้นอยู่กับการเรียนรู้การฝึกฝนและประสบการณ์ที่ต่อเนื่องกันตั้งแต่แรกเกิดถึงวัยปัจจุบันการเรียนรู้ครั้งแรกของมนุษย์ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูของพ่อแม่ โดยถือว่าพ่อแม่ คือครูคนแรกของลูก
ความสำคัญและความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่และลูก : ความรู้สึกที่พ่อแม่มีต่อลูกและความรู้สึกที่ลูกมีต่อพ่อแม่นั่นเอง เด็กแต่ละคนอาจจะมีความรู้สึกต่อพ่อแม่ต่างกัน เช่น ลูกสาวมักจะใกล้ชิดสนิทสนมกับพ่อมากกว่าแม่ หรือลูกชายมักจะใกล้ชิดสนิทสนมกับแม่มากกว่าพ่อเป็นต้น
วิธีการอบรมเลี้ยงดูเด็ก อาจจัดได้ 4 วิธี ดังนี้
1. การอบรมเลี้ยงดูแบบความรักความอบอุ่นแบบประชาธิปไตย
2. การอบรมเลี้ยงดูเด็กแบบคาดหวังเอากับเด็ก
3. การอบรมเลี้ยงดูแบบปล่อยปละละเลย
4. การอบรมเลี้ยงดูแบบรักถนอมมากเกินไป
การดูแลเด็กทารก : นับตั้งแต่คลอดจากครรภ์มารดาไปจนถึง 2 ปี เป็นวัยที่สำคัญที่สุดในการวางรากฐานสำคัญต่างๆของชีวิตในทุกๆด้านเป็นระยะที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด บิดามารดาผู้เลี้ยงดูจึงควรใช้ระยะเวลานี้เพื่อส่งเสริมให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น โดยตอบสนองความต้องการจำเป็นต่างๆเพื่อให้ทารกมีพัฒนาการที่ดีทั้งทางกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา
การอบรมเลี้ยงดูเด็กวัยก่อนเรียน : เด็กวัยตอนต้นมีอายุ 2-5 ปี เด็กวัยก่อนเรียนเป็นช่วงวัยที่สำคัญที่สุดช่วงหนึ่งของชีวิตเพราะเป็นวัยของการวางรากฐานบุคลิกภาพของมนุษย์ระยะนี้เป็นระยะที่เกิดการเรียนรู้มากที่สุดในชีวิตเป็นช่วงพัฒนาการที่สำคัญที่สุดที่จะสร้างบุคลิกภาพให้แก่เด็ก เด็กจะเป็นคนอย่างไรนั้นขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูในวัยนี้เป็นสำคัญ
การเลียนแบบของเด็กวัยก่อนเรียนแบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะใหญ่ๆคือ
1. การเรียนแบบบทบาททางเพศ
2. การเลียนแบบส่วนตัวที่ไม่ใช่บทบาททางเพศ
3. การเลียนแบบกับการพัฒนาศีลธรรม
ปัญหาของเด็กก่อนวัยเรียน
1. ปัญหาด้านสุขภาพ สุขภาพจิต สาเหตุของปัญหาเกี่ยวข้องกับครอบครัวแม่ไม่นิยมเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ พ่อแม่เลี้ยงดูเด็กอย่างทารุณ ขาดคุณธรรมและจริยธรรม
2. ปัญหาด้านโภชนาการ สาเหตุของปัญหาเกี่ยวข้องกับครอบครัว คือ แม่ขาดความรู้ด้านโภชนาการ นอกจากนี้เกิดจากพ่อแม่ขาดความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับอาหาร
3. ปัญหาด้านสติปัญญาและความสามารถพื้นฐาน สาเหตุของปัญหา คือ พ่อแม่ขาดความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญาของเด็ก
4. ปัญหาด้านสังคม วัฒนธรรม และจริยธรรม สาเหตุของปัญหาเกี่ยวข้องกับครอบครัว คือ เด็กเป็นบุตรนอกสมรสและเกิดจากการตั้งครรภ์ที่พ่อแม่ไม่พึงปรารถนา พ่อแม่ขาดการศึกษาและขาดความรับผิดชอบครอบครัวแตกแยก
ประเมิน
อาจารย์ = อาจารย์สอนเข้าใจ อธิบายละเอียด
เพื่อน = เพื่อนๆตั้งใจฟังอาจารย์
ตนเอง = ฉันเข้าใจในเนื้อหา
วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
ครั้งที่ 7 EAED1103 การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
ครั้งที่ 7 EAED1103 การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
วันอังคาร ที่ 20 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561
วันนี้อาจารย์ให้นักศึกษาแต่ละคนนำบทความการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยมานำเสนอหน้าชั้นเรียน
บทความของฉััน คือ การเล่นของเด็กปฐมวัย
สรวงธร นาวาผล (2542 : 5) และ เกษลดา มานะจุติ (2529 : 2 – 3) ได้กล่าวถึงความสำคัญของการเล่นไว้คล้ายคลึงกันซึ่งพอสรุปได้ว่า การเล่นช่วยให้เด็กเกิดการพัฒนาด้านต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น ด้านร่างกาย จะช่วยให้เด็กมีร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ เพิ่มทักษะการใช้กล้ามเนื้อต่าง ๆ ด้านอารมณ์จะช่วยให้เด็กเป็นผู้มีอารมณ์แจ่มใส เบิกบาน สนุกสนาน ด้านสังคมจะช่วยเสริมสร้างให้เด็กเป็นผู้มีความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าแสดงออก สามารถร่วมเล่นกับเพื่อนได้อย่างสร้างสรรค์ และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ทำให้เป็นผู้ที่ปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ง่าย มีทักษะในการสื่อสาร ด้านสติปัญญาจะช่วยฝึกให้เด็กรู้จักคิดทั้งด้านการคิดอย่างมีเหตุผล การคิดอย่างสร้างสรรค์และจินตนาการ สามารถรู้จักวางแผน รู้จักแก้ปัญหา มีน้ำใจ มีความอดทน เป็นการปลูกฝังจริยธรรม คุณธรรมให้แก่เด็กด้วย
ประเมิน
อาจารย์ = อาจารย์อธิบายเพิ่มเติมจากเนื้อหาที่นักศึกษาแต่ละตนนำมาเสนอ เพื่อให้เข้าใจง่ายยิ่งขึ้น
เพื่อน = เพื่อนๆตั้งใจฟัง
ตนเอง = ฉันตื่นเต้นเล็กน้อยในการออกไปพูดหน้าชั้นเรียน ฉันเข้าใจในบทความที่เลือกมา
ประเมิน
อาจารย์ = อาจารย์อธิบายเพิ่มเติมจากเนื้อหาที่นักศึกษาแต่ละตนนำมาเสนอ เพื่อให้เข้าใจง่ายยิ่งขึ้น
เพื่อน = เพื่อนๆตั้งใจฟัง
ตนเอง = ฉันตื่นเต้นเล็กน้อยในการออกไปพูดหน้าชั้นเรียน ฉันเข้าใจในบทความที่เลือกมา
วันอังคารที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
ครั้งที่ 6 EAED1103 การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
ครั้งที่ 6 EAED1103 การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
วันอังคาร ที่ 13 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561
วันนี้อาจารย์ให้แต่ละกลุ่มออกมานำเสนอทฤษฎีของนักทฤษฎี มีการแบ่งกลุ่มออก 6 กลุ่ม แต่ละกลุ่มก็จะได้นักทฤษฎี ตามนี้
1. ซิกมันด์ ฟรอยด์
2. อีริค อีริคสัน
3. อาร์โนลด์ กีเซล
4. ฌอง เพียเจท์
5. ลอเรนซ์ โคลเบิร์ก
6. เจอโรม บรุนเนอร์
โดยฟรอยด์เปรียบเทียบว่าจิตใจมนุษย์มีสภาพคล้ายภูเขาน้ำแข็งที่ลอยอยู่ในมหาสมุทร มียอดภูเขาเพียงเล็กน้อยที่โผล่ขึ้นมาให้เห็นเหนือผิวน้ำคือภาวะจิตระดับที่มีความสำนึก (Conscious)ควบคุมอยู่ แต่ปริมาตรส่วนที่จมอยู่ใต้ผิวน้ำนั้นใหญ่โตมหาศาลกว่ามาก และส่วนที่จมอยู่นี้เองคือจิตใต้สำนึกและภายในก้อนภูเขาน้ำแข็งส่วนใหญ่โตที่จมอยู่ใต้น้ำนั้น ยังเป็นที่ซึ่งเก็บรวบรวมองค์ประกอบและกลไกทางจิตไว้มากมาย อาทิเช่น แรงจูงใจ อารมณ์ที่ถูกเก็บกด ความรู้สึกนึกคิด ความฝัน และความทรงจำ เป็นต้น ก้อนภูเขาน้ำแข็งที่จมน้ำอยู่มีอิทธิพลเหนือจิตสำนึกเพื่อกระตุ้นเตือนให้เกิดพฤติกรรมประจำวันทั่วๆ ไป ส่วนฐานของภูเขาน้ำแข็งนี้ยังเป็นแรงจูงใจให้เกิดพฤติกรรมไร้เหตุผลและผิดปกติอีกหลายอย่างด้วย
ประเมิน
อาจารย์ = อาจารย์เปิดโอกาสให้นักศึกษานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียนอย่างเต็มที่
เพื่อน = เพื่อนๆออกไปนำเสอโดยใช้สื่อที่แตกต่างกันออกไป
ตนเอง = ฉันเข้าใจในนักทฤษฎีแต่ละคนมากขึ้น ผ่านการนำเสนอของเพื่อนๆ
ประเมิน
อาจารย์ = อาจารย์เปิดโอกาสให้นักศึกษานำเสนอผลงานหน้าชั้นเรียนอย่างเต็มที่
เพื่อน = เพื่อนๆออกไปนำเสอโดยใช้สื่อที่แตกต่างกันออกไป
ตนเอง = ฉันเข้าใจในนักทฤษฎีแต่ละคนมากขึ้น ผ่านการนำเสนอของเพื่อนๆ
วันอังคารที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
ครั้งที่ 5 EAED1103 การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
ครั้งที่ 5 EAED1103 การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
วันอังคาร ที่ 6 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561
อาจารย์ให้นักศึกษานำเสนอผลงานที่ได้มอบหมายให้เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว โดยเพื่อนออกมานำเสนอเป็นกลุ่ม แต่ละกลุ่มที่ออกมานำเสนอก็ได้หัวข้อที่แตกต่างกัน เพื่อนๆนำเสนอได้น่าสนใจ และเนื้อหาก็ดี อธิบายค่อนข้างเข้าใจ เพื่อนๆรายงานหน้าห้องเสร็จ อาจารย์ก็ได้พูดเนื้อหาเสริมเกี่ยวกับงานที่เพื่อนนำเสนอ เพื่อให้เราเข้าใจรายละเอียดมากยิ่งขึ้น จากนั้นอาจารย์ก็ให้นำเสนออีกงานที่เป็นงานกลุ่มอีกอันหนึ่ง โดยมีเพื่อนนำเสนอกลุ่มเดียว โดยนำเสนอเป็นรูปแบบวีดีโอ พอเสร็จจากนั้นอาจารย์ก็ไห้คำแนะนำในการทำวิดีโอนำเสนองาน
ประเมินเพื่อน เพื่อนๆตั้งใจฟังที่เพื่อนนำเสนอ และเพื่อนๆนำเสนได้ดีมาก
ประเมินอาจารย์ อาจารย์สอนละเอียด และให้ความรู้ในหลายๆเรื่อง
วันอังคารที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2561
ครั้งที่ 4 EAED1103 การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
ครั้งที่ 4 EAED1103 การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
วันอังคาร ที่ 30 เดือน มกราคม พ.ศ.2561
ในวันนี้อาจารย์ให้นักศึกษาแบ่งกลุ่ม แล้วทำมายด์แมบในหัวข้อ ความต้องการของเด็กปฐมวัย โดยที่ครูพ่อแม่ ผู้ปกครอง มีวิธีการเกี่ยวของอย่างไรในความต้องการของเด็กปฐมวัย และนำเสนอหน้าชั้นเรียนในสัปดาห์ถัดไป
วันอังคารที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2561
ครั้งที่ 3 EAED1103 การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
ครั้งที่ 3 EAED1103 การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
วันอังคาร ที่ 23 เดือน มกราคม พ.ศ.2561
บทที่2 ทฤษฎีเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย
1. ฟรอยด์ = ด้านจิตใจ
- แรงขับ > เพศ มีชีวิต พฤติกรรมก้าวร้าว
- อิด อีโก้ ซุปเปอร์อีโก้
- ขั้นตอนการพัฒนาบุคลิกภาพ5ขั้น ปาก ทวารหนัก อวัยวะเพศตอนต้น ขั้นแฝง อวัยวะเพศ ตอนปลาย
2. อีริคสัน = ด้านจิตสังคม
- สิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็ก
- มองโลกในแง่ดี
- มี8 ขั้น ขั้น1 ไว้ใจ-ไม่ไว้ใจ
ขั้น2 เป็นตัวเอง-ละอายใจ
ขั้น3 คิดริเริ่ม-รู้สึกผิด
3. กีเซล = วุฒิภาวะ
- เจริญเติบโตตามวัย
- ไม่เอาสิ่งแวดล้อมมาเกี่ยวข้อง
- ทิศทางการพัฒนา(บนลงล่าง)
4. เพียเจต์ = ความรู้คิด(สติปัญญา)
- Assimilaton มองเห็นสิ่งใหม่ในแง่สิ่งเดิมที่เคยรู้จัก
- Accommodation เห็นแล้วนำมาถ่ายทอดได้
5. โคลเบิร์ก = จริยธรรม
6. บรุนเนอร์ = ความคิดเข้าใจ
ประเมิน
อาจารย์ = อาจารย์สอนเข้าใจ
เพื่อน = เพื่อนๆตั้งใจฟังอาจารย์
ตนเอง = ฉันเข้าใจในเนื้อหาและจดสรุปคร่าวๆ
ประเมิน
อาจารย์ = อาจารย์สอนเข้าใจ
เพื่อน = เพื่อนๆตั้งใจฟังอาจารย์
ตนเอง = ฉันเข้าใจในเนื้อหาและจดสรุปคร่าวๆ
วันอังคารที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2561
ครั้งที่ 2 EAED1103 การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
ครั้งที่ 2 EAED1103 การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
วันอังคาร ที่ 16 เดือน มกราคม พ.ศ.2561
เด็กปฐม หมายถึง
เด็กที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 ปี มีธรรมชาติที่อยากรู้อยากเห็น ช่างสงสัย
ช่างถาม ชอบค้นคว้า สำรวจ อยู่นิ่งไม่ได้ ชอบอิสระเป็นตัวของตัวเอง
เป็นวัยที่พัฒนาาคุณภาพชีวิตทางด้าน ร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
ความสำคัญของเด็ก คือ พัฒนาการ
ต้องได้รับการอบรมเลี้ยงดูให้ถูกต้องเหมาะสมกับวัย
เพื่อให้
เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต
นอกจากนี้ยังมีเนื้อหาในการพัฒนาสติปัญญาของเด็กแต่ละช่วงวัยและปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนา
ประเมิน
อาจารย์ = อาจารย์ตั้งใจสอนและให้ความรู้อย่างละเอียด
เพื่อน = เพื่อนๆตั้งใจฟังและดูวิดีโอ
ตนเอง = ตั้งใจเรียนและฟังอาจารย์
วันอังคารที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2561
ครั้งที่ 1 EAED1103 การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
ครั้งที่ 1 EAED1103 การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
วันอังคาร ที่ 9 เดือน มกราคม พ.ศ.2561

วันนี้เป็นการเปิดการเรียนการสอนครั้งแรก สำหรับวิชาการ อบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย ดังนั้นจึงยังไม่มีการเรียนการสอน อาจารย์เพียงแต่อธิบายความสำคัญคร่าวๆในเนื้อหาวิชา และงานที่จะต้องทำส่งมีทั้งงานเดี่ยว งานกลุ่ม
ประเมิน
อาจารย์ = อาจารย์สอนเข้าใจ
เพื่อน = เพื่อนๆตั้งใจฟังอาจารย์
ตนเอง = ฉันเข้าใจในเนื้อหา
ประเมิน
อาจารย์ = อาจารย์สอนเข้าใจ
เพื่อน = เพื่อนๆตั้งใจฟังอาจารย์
ตนเอง = ฉันเข้าใจในเนื้อหา
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
ครั้งที่ 15 EAED1103 การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย
ครั้งที่ 15 EAED1103 การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย วันอังคาร ที่ 24 เดือน เมษายน พ.ศ.2561 วันนี้อาจารย์ให้นักศึกษาทำอาหารสำหรับเด็ก...
-
ครั้งที่ 9 EAED1103 การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย วันอังคาร ที่ 13 เดือน มีนาคม พ.ศ.2561 "สอบกลางภาค"
-
ครั้งที่ 13 EAED1103 การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย วันอังคาร ที่ 10 เดือน เมษายน พ.ศ.2561 วันนี้อาจารย์สอนเรื่อง การปลูกฝังคุณธรรม จ...
-
ครั้งที่ 3 EAED1103 การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย วันอังคาร ที่ 23 เดือน มกราคม พ.ศ.2561 บทที่2 ทฤษฎีเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย ...












